คนมีปัญญาดี หากเป็นคนดีด้วย
ก็ยิ่งดี
แต่ว่าถ้าขาดคุณธรรมขึ้นมานี่ ก็ทำให้คนอื่นลำบากได้ง่ายๆ

เพราะฉะนั้นถ้าเป็นปัญญา ในระดับปริญญาตรี โท เอก 
อย่างไรเสียก็เป็นปัญญาชั้นสามัญชนคนธรรมดาที่ยังหนาแน่นด้วยความทยานยาก

"ซึ่งแตกต่างจากปัญญาในทางธรรม"


แต่ความรู้ในระดับปริญญาตรี โท เอกนั้นก็ไม่ใช่เล่นๆ
เพราะต้องอาศัยคุณธรรมคือความเพียรพยายามที่สูงตามลำดับ

แต่ทะวา เราจะเห็นว่า บางคนจบสูงเป็นถึงขนาดดอกเตอร์
ก็มีความประพฤติเสียหายได้
มีตัวอย่างให้เห็นอยู่ทั่วไปในสังคม

ถึงกระนั้น มาดูคนที่มีการศึกษาน้อย 
หลายคนก็มีความประพฤติเสียหาย
ไม่น้อยกว่าคนที่จบความรู้ขั้นสูงเลย

แล้วอะไรหล่ะครับ? 
ที่เป็นสิ่งหรือตัวอะไรสักอย่าง
ที่จะมาวัดระดับความดีของคน ๆหนึ่งได้

จะว่าการศึกษาหรือ ก็ไม่ใช่
เพราะว่าตัวอย่างทั้งคนที่มีการศึกษาที่สูง
และคนแทบไม่ได้มีการศึกษาหรือมีการศึกษาน้อย
แต่คนทั้งสองแบบก็ได้สร้างคุณงามความดีในสังคม
และสร้างตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน.....

ทุกอย่างมันมีจุดที่เรียกว่ากึ่งกลางอยู่  
หรือจะเรียกว่าทางสายกลางก็ได้

หากขาดปัญญา แต่ถ้ายังมีความอดทนความเพียรพยายาม 
ก็จักประสบกับสิ่งที่ตนเองต้องการได้

ถ้ายังมีความอดทนอยู่แม้จะขาดซึ่งปัญญา 
แต่ยังมีความเพียรพยายาม 
ไม่นานย่อมเกิดปัญญาจากความอดทนนั้นได้เอง

"มีคำกล่าวของท่านผู้รู้ว่า มีปัญญาเหมือนมีทรัพย์อยู่นันแสน 
นั้นถูกต้องแน่นอน"


"รู้จักอดทนดีกว่ามีปัญญาแต่ขาดความอดทน 
เพราะจะสร้างความฉิบหายให้กับตัวเอง และผู้อื่นได้ง่ายๆ"

เพราะฉะนั้น คนที่มีคววามอดทนความพยายาม แม้พระพุทธเจ้าเอง ท่านก็สรรเสริญไว้ในพระบาลีว่า

"วิริเยน ทุกขะมัจเจติ แปลว่า คนเรา จะล่วงพ้นจากความทุกข์คือปัญหาอุปสรรค์ทั้งมวลได้ ก็เพราะอาศัยความเพียรความพยายาม"

ถ้าเราเป็นคนที่มีทั้งปัญญามีทั้งความอดทนนี่
จะเป็นคนที่ดูสุขุมสง่างามในที่ท่ามกลางที่ทั้งปวง

โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งหรือยศฐาบันดาศักดิ์ใหญ่โต
ก็ได้รับความเคารพนอบน้อมที่ออกมาจากใจมากกว่า
และไม่มีข้อแม้ภายในใจอีกด้วย


Categories:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  • Unordered List

  • Contact us